Search

โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนจาก พืชพลังงานอย่างหญ้าเนเปียร์

แบ่งปันเรื่องราวนี้ผ่านช่องทาง

โดย พิชัย ถิ่นสันสติสุข www.greennetworkthailand.com

โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากของกระทรวงพลังงาน โหมกระพือแย่งพื้นที่สื่อมากว่าครึ่งปี แม้แต่ฝุ่น PM 2.5 อาหารจานโปรดของสื่อทั้งหลายก็ยังไม่อาจกลบข่าวโรงไฟฟ้าชุมชนลงได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของปากท้อง เป็นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนตลอด 365 วัน ไม่ใช่ปัญหาปีละ 3-4 เดือน เหมือนฝุ่นพิษที่มนุษย์สร้างขึ้น

โรงไฟฟ้าชุมชน ที่มีคนกล่าวขานว่า 100 ปี มี 1 ครั้งนั้น ได้มุ่งแก้ไขปัญหาเดิม ๆ ของกระทรวงที่สร้างไว้หลายยุคหลายสมัย เป็นบาดแผลลึกที่รอการเยียวยามากว่า 10 ปี เศรษฐกิจของประเทศเสียหายเกินคณานับ โครงการพลังงานทดแทนเหล่านั้นได้มีโอกาสแจ้งเกิดอีกครั้งในโครงการ Quick Win ซึ่งมีทั้งโครงการชีวมวลและก๊าซชีวภาพ สำหรับโครงการใหม่ของโรงไฟฟ้าชุมชน พอจะสรุปแยกเชื้อเพลิงออกได้ 3 ส่วน คือ

  1. จากอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ทั้งทะลายปาล์มเปล่า (EFB) น้ำเสียจากโรงงานหีบปาล์ม กลุ่มนี้ค่อนข้างมีความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง และมีความสามารถในการลงทุนเอง
  2. กลุ่มชีวมวล (BIOMASS) ซึ่งมีความหลากหลายของแหล่งที่มาของเชื้อเพลิง อีกทั้งยังมีโรงไฟฟ้าชีวมวลมากมายที่ต้องการเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งไม่รวมถึงโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ได้รับใบอนุญาตขายไฟ (PPA) แล้วและกำลังก่อสร้างอยู่อีกหลายร้อยเมกะวัตต์ ดังนั้นผู้เข้าร่วมโครงการจึงมีทั้งที่มีเชื้อเพลิงอยู่จริง และจะปลูกขึ้นใหม่จริง ๆ และผู้ที่เข้าร่วมเพื่อเพิ่มความมั่นคงของราคาเชื้อเพลิง รวมทั้งผู้ที่ไม่ต้องการพลาดรถไฟสายเศรษฐกิจฐานราก จึงเจียดเชื้อเพลิงส่วนหนึ่งมาเข้าร่วมโครงการ ความเห็นผู้เขียนก็คือ ชีวมวลไทย ได้เวลาปลูกเพิ่มแล้ว ราคาหน้าสวนป่าประมาณตันละ 650-700 บาทต่อตัน ส่วนราคาที่โรงไฟฟ้ารับได้ไม่น่าจะเกินตันละ 950 บาท ลองพิจารณากันดู ถือว่าโยนหินถามทางก็แล้วกัน
  3. กลุ่มก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญ้าเนเปียร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่กระทรวงพลังงานมุ่งมั่น และวางยุทธศาสตร์ ใช้การตลาดนำภาคเกษตรกรรม โดยผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์จะมีตลาดตามสัญญากับภาครัฐถึง 20 ปี ในราคาที่ตกลงกับโรงไฟฟ้า ซึ่งชุมชนมีส่วนเป็นเจ้าของถึง 10% ตามสัญญาเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming)
การปลูกหญ้าเนเปียร์ในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน

หญ้าเนเปียร์จะสามารถพลิกฟื้นแผ่นดินอีสานให้เขียวขจีได้จริงหรือ … ?

คงต้องมาแยกแยะเป็นรายจังหวัด และ พื้นที่ที่แตกต่างกันหลายจังหวัดในภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ มีเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดี บ้างก็เป็นแหล่งท่องเที่ยว บ้างก็เป็นเมืองชายแดน มีการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับภาคอีสานตอนกลางหลายจังหวัด หลายอำเภอที่ไม่ได้ปลูกอ้อยหรือ ปลูกยางพารา อีกทั้งปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลังก็ยังไม่ได้ผลดี ในส่วนนี้ควรส่งเสริมให้มีการปลูกหญ้าเนเปียร์ในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ใกล้แหล่งน้ำจะเหมาะสมอย่างมาก

คงไม่มีพืชล้มลุกชนิดใดที่ไม่ต้องการทั้งน้ำทั้งปุ๋ยในการเจริญเติบโต “เนเปียร์” ก็เช่นกัน ถ้ามีความอุดมสมบูรณ์ทั้งน้ำทั้งปุ๋ย ผลผลิตก็จะดีขึ้น ขอยกตัวอย่างหญ้าเนเปียร์ที่กรมปศุสัตว์พัฒนาพันธุ์แล้วให้ผลผลิต ดังนี้

ผลผลิตพันธุ์ปากช่อง 1 หากมีการดูแลครบถ้วน สามารถเก็บเกี่ยวได้ปีละ 5-6 ครั้ง ให้ผลผลิตน้ำหนักสดประมาณ 70-80 ตันต่อไร่ต่อปี และหากมีการรักษาตอให้ดีก็จะสามารถใช้ตอเดิมได้โดยผลผลิตไม่ลดลง (ข้อมูลจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน)

หญ้าเนเปียร์พลิกฟื้นแผ่นดินอีสานให้เขียวขจี

ผลพลอยได้จากโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพหญ้าเนเปียร์

ผลกระทบในภาพกว้าง

  1. เปลี่ยนกระบวนการคิดในการผลิตไฟฟ้าที่อยู่ในมือของกลุ่มทุนสู่การแบ่งปันสู่ชุมชนและอาจเป็นแม่แบบแห่งความยั่งยืนของการพัฒนาประเทศในอนาคต
  2. เกิดการประกันรายได้สินค้าเกษตรระยะยาว เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ภาคเกษตรกรรม
  3. การปลูกหญ้าเนเปียร์ที่มากเพียงพอ เช่น 200,000 ไร่ (สำหรับผลิตไฟฟ้า 200 เมกะวัตต์) จะช่วยพลิกพื้นดินแห้งแล้งภาคอีสานบางส่วนให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว มีความชุ่มชื้นอย่างยั่งยืนตลอดอายุสัมปทาน 20 ปี

ผลพลอยได้

  1. เกิดอาชีพต่อเนื่องจากการปลูกหญ้าเนเปียร์ เช่น การเลี้ยงวัว และ เลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ
  2. การปลูกพืชเสริม เช่น ทุเรียน กาแฟ และผลไม้ต่าง ๆ อันได้จากความชุ่มชื้นของพื้นดิน และปุ๋ย ที่มาจากของเหลือใช้ในโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ
  3. มีการจ้างงานเพิ่มทั้งด้านการปลูก เก็บเกี่ยว และในโรงไฟฟ้า
  4. มีการพัฒนาเทคโนโลยีการหมักก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงาน และการพัฒนาพันธุ์หญ้าเนเปียร์ รวมทั้งเทคนิคการปลูกหญ้าเนเปียร์
เชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพหญ้าเนเปียร์

โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงานหญ้าเนเปียร์ อาจไม่ง่ายและเบ็ดเสร็จเหมือนโรงไฟฟ้าชีวมวล ผู้ลงทุนและชุมชนยังมีพันธกิจร่วมกันตลอดระยะเวลาอันยาวนานของโครงการในการร่วมจัดการระบบฟาร์มที่จะปลูกหญ้าให้ได้ผลผลิตสูงสุดด้วยต้นทุนที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ด้วยเหตุนี้โรงไฟฟ้าชุมชนจากเนเปียร์จึงไม่เหมาะกับภาคเอกชนที่ต้องการสร้างผลกำไรแบบให้เงินช่วยทำงานแทนเหมือนพลังงานทดแทนอื่น ๆ

โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก

โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนจากพืชพลังงานอย่างหญ้าเนเปียร์ เป็นนโยบายแบบ BIG ROCK ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อคนอีสานอย่างมีนัยสำคัญ อีสานจะเขียวได้ตามแผนที่กระทรวงพลังงานคาดหวังหรือไม่ ชุมชนที่ได้เข้าร่วมโครงการ เอกชนที่เข้าร่วมลงทุน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมมือร่วมใจ สู่เป้าหมายเดียวกัน คือให้คนอีสานกินดีอยู่ดีขึ้น …

“หมู่เฮาสุผู้สุคนกะขอซำนี้ละ กะพอได้อยู่ได้กินแล้วเด้อพีน้องงง”

Loading

Loading

ข่าวอัพเดทล่าสุด

เข้าสู่ระบบ

แจ้งเบาะแส "ทุจริต หรือ มิชอบ"

การกรอกข้อมูลสำหรับการร้องเรียนการทุจริตและพฤติกรรมมิชอบนั้นจะถูกเก็บเป็นความลับ ข้อมูลส่วนตัวของท่าน  ชื่อ-นามสกุล อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์ เป็นช่องทางในการติดต่อกลับและรายงานการดำเนินการให้ท่านรับทราบ
* หมายเหตุ : การร้องเรียนการทุจริตและพฤติกรรมมิชอบเมื่อกรอกข้อมูลแล้ว จะรายงานส่งไปยังผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน

แจ้งข้อร้องเรียน/ข้อเสนอแนะ

ข้อแนะนำในการใช้งาน


ข้อตกลงการใช้ระบบ
1.ระบบ VOC หรือ Voice of Customer นี้เป็นช่องทางหนึ่งที่จัดทำขึ้นเพื่อรับฟังเสียงจากนักศึกษา บุคลากร นักศึกษาเก่า และบุคคลทั่วไป โดยจะรวบรวมข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียนต่าง ๆ จากผู้รับบริการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาบริการของสำนักให้มีคุณภาพมาตรฐานที่ดี และตรงตามความต้องการของผู้รับบริการให้มากยิ่งขึ้น
2. การแจ้งข้อร้องเรียนหรือพบปัญหาการใช้บริการ มีความจำเป็นที่จะต้องทราบข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญเบื้องต้น เช่น ชื่อนามสกุล อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ข้อเท็จจริงที่พบปัญหา วันเวลาที่เกิดเหตุการณ์ ข้อมูลของระบบที่ใช้ และรูปภาพที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) เพื่อประโยชน์ในการติดต่อกลับ และเพื่อให้การตรวจสอบหรือแก้ไขปัญหาแก่ผู้รับบริการทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
3. ข้อความที่ใช้ควรเป็นถ้อยคำที่สุภาพ เป็นไปตามทำนองคลองธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย
4. การนำความอันเป็นเท็จมาร้องเรียน หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย หรือมีเจตนากลั่นแกล้งผู้อื่น ผู้ร้องอาจต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางวินัยและทางอาญา
5. เป็นเรื่องที่ผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหาย หรือขอให้แก้ไข อันเนื่องมาจากผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยหรือจากส่วนงานในสังกัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
6. กรณีที่ผู้แจ้งไม่ได้ให้ข้อมูลอย่างเพียงพอหรือไม่เปิดเผยตัวตน และสำนักฯ ไม่สามารถติดต่อประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ สำนักฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาเรื่องดังกล่าว แต่หากเป็นข้อเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ สำนักฯ มีความยินดีจะรับเรื่องดังกล่าวไปพัฒนาการให้บริการของสำนักให้ดีที่สุดต่อไป
7. เรื่องที่ไม่ปรากฏตัวตนผู้ร้องหรือตรวจสอบตัวตนของผู้ร้องไม่ได้ หรือมีลักษณะเป็นบัตรสนเท่ห์ อาจรับไว้พิจารณาก็ได้ ถ้าหากระบุหลักฐานกรณีแวดล้อมปรากฏชัดแจ้ง ตลอดจนชี้พยานบุคคลแน่นอน สามารถสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไปได้และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
8. หลังจากที่ระบบได้รับเรื่องจากผู้แจ้งแล้ว หากผู้แจ้งได้ให้อีเมล (email) ไว้ ระบบจะมีการติดตามความคืบหน้าโดยอัตโนมัติ และรายงานผลการพิจารณาหรือข้อสรุปการดำเนินการที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้แจ้งทราบโดยเร็วผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง

* ข้าพเจ้าได้อ่านข้อตกลงเป็นอย่างดีแล้ว และยอมรับตามข้อตกลงนี้
* โปรดระบุ Email และเบอร์โทรศัพท์ของท่าน เพื่อใช้ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการให้ทราบผ่านทาง Email

การกรอกข้อมูลสำหรับการร้องเรียนการทุจริตและพฤติกรรมมิชอบนั้นจะถูกเก็บเป็นความลับ ข้อมูลส่วนตัวของท่าน  ชื่อ-นามสกุล อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์ เป็นช่องทางในการติดต่อกลับและรายงานการดำเนินการให้ท่านรับทราบ
* หมายเหตุ : การร้องเรียนการทุจริตและพฤติกรรมมิชอบเมื่อกรอกข้อมูลแล้ว จะรายงานส่งไปยังผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน

ปิดโหมดสีเทา